2008/Jan/29

หายไปเกือบปี กลับมาก็มีอะไรดีๆกลับมา

เคยมั้ยที่ไม่อยากลืมความทรงจำดีๆ ที่เคยเจอมา อยากเก็บเอาไว้ตลอดไป

เหมือนรูปใบนึงในใจ ที่อยากหยิบออกมาเมื่อไรก็ได้ดู

เคยมั้ยที่อยากเก็บความรู้สึกและเรื่องราวในวันนั้นไว้นานๆ

เหมือนนิทานที่จะคงอยู่ตลอดไป หยิมมาอ่านเมื่อไรก็มีความสุขเสมอ

เคยมั้ยที่อยากให้มันเป็นแบบนั้นอีก แต่ไม่มีทางเป็นไปได้

เพราะเวลาไม่ใช่นาฬิกาที่จะวนอยู่ที่เดิม แต่เวลาเหมือนสายน้ำที่ไม่มีทางไหลย้อนกลับ

เคยมั้ยที่ความรักที่ยังคง ในใจทั้งคู่ อยู่แต่ไม่มีทางเป็นจิง

เพราะเรากลายเป็นเพื่อนสนิทไปซะแล้ว

เคยมั้ยที่อยากจะพูดความในใจ อยากจะอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่สามารถทำได้

เพราะเธอกับชั้นไม่ใช่แฟนกัน คำบางคำอาจจะไม่เหมาะสมที่จะพูดไป

เคยมั้ยที่สับสนกับการกระทำของใครบางคนและเราต้องการเหตุผล

เพียงเพื่อที่จะรู้ว่าเค้าคิดอะไรอยู่

เราเป็น เราเคย

เราไม่อยากลืมความทรงจำดีๆ ระหว่างชั้นและเธอ

เราไม่อยากลืมสิ่งที่เธอทำให้เราทั้งความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ

เราไม่อยากลืมเวลาที่อยู่ด้วยกัน ว่ามันมีความสุขมากแค่ไหน

ความในใจที่อยากจะบอกคือ ชั้นยังรักเธออยู่และจะรักตลอดไป ไม่ว่าจะในฐานะใด

ความสัมพันธ์ของชั้นกับเธอไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด

เป็นมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช้แฟน และไม่ใช่กิ๊ก

เป็นเพื่อนสนิทที่ต่างเพศกัน เคยมีคนถามเหมือนกันว่าเป็นไปได้หรอ เพื่อนสนิทต่างเพศ

เรากับเธอไง เป็นไปแล้ว

"ยังรักเธอเสมอ"

edit @ 29 Jan 2008 00:16:11 by *~AiBerryZ~*

2007/Feb/28

ห่างหายไปซักพัก เนื่องจากมีธุระยุ่ง จิงๆแล้วก้อมะช่ายอาไร แค่ต้องแบ่งเวลาอันมีมากมายไปติวหนังสือให้กับเค้าคนนั้น แล้วเด๋วเราก้อจะหมดความหมายอีกเช่นเคย

อาทิดที่แล้ว ป้องกันการทะเลาะกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เราถามเค้าว่า "ตอนอ่านเบสิคต้องให้เราอยู่ด้วยมั้ย" แล้วเราก้อไปเล่นเกม กลับมาอีกที เจอคำว่า "ไม่"อยู่ใน MSN แอบเสียใจไปแว๊บนึง แล้วก้อ มาอ่านดีๆ อ้อ เค้าพิมมาคนเดียว แล้วก้อตอบเอง มะช่ายเรืองที่เราถาม สรุปว่าวันนั้นเราก้อไม่ได้คำตอบอาไร

มะวันเสาร์ ที่เราไปเจอฝรั่งแย่ๆ ที่ปฏิเสธงานเรา ตอนเย็นเราก้อแวะไปหาน้องอีกคนที่ เจอลอต (เขียนไงก้อม่ายรู้) ตงเอกมัย เค้าก้อไปด้วย เราก้อไปนั่งสอนทำแล๊บอยู่แปปนึง แล้วเราก้อหลับ เพราะง่วงมากกก ตอนกลับมา เราถามเค้าว่า จะให้ไปด้วยมั้ย เค้าก้อ "ไม่ไปแล้วจะให้เราทำยังไง เรายังทำไม่ได้" สรุปว่า เราก้อใจอ่อนไปด้วยตามเคย พอดึกๆ เราต้องกลับบ้านก้อเลยรีบติวรีบกลับ

พอวันอาทิด ตอนซัก 10 โมงก่าๆ โทรมาหาเรา บอกว่า ให้รีบกลับมา จะเอาหนังสือ ถ้าจะเอาแค่หนังสือ ทำไมวันเสาร์ไม่เอาไปเลยละเนี่ย พอตอนกลางคืนก้อมาถามใหญ่ว่าเราจะกลับมากี่โมง อย่างโน้นอย่างเน้ แล้วก้อ หายตัวไป ม่ายคุยกะเราอีกแล้ว

วันจันทร์ เรานั่งรถกลับมาหอ ซัก 11 โมงก่าๆ ก้อโทรถามว่าเราอยู่ที่ไหน ให้ออกไปหาที่นั่นที่โน้น พอกลับมาถึงเลยแต่งตัวออกไปนั่งติวกัน ก้อชะแว๊บ ไปกินข้าวกะเพื่อนๆกันก่อน แต่อีตอนกลับมาจะเข้ามหาลัยนี้ซิ เจอยามกวน-น อีกแล้ว คนใส่ขาสั้นมะให้เข้ามหาลัย อาทิตก่อนก้อคนใสยีนมะให้เข้ามหาลัย แล้วจะให้ใส่อาไรเค้าเนี่ย วันที่ไม่มีเรียนก้อขอใส่อย่างอื่นบ้างเหอะ

เลยให้เพื่อนชะแว๊บไปเข้าอีกตึกนึง แปลกนะ ประตูห่างกัน นิดเดียว อันนึงให้เข้า อันนึงมะให้เข้า เลยไปนั่งติวกันที่ห้องที่ชั้น 6 แอร์เย็นสบายยยยย

ตอนเย็นหิวข้าว เดินไปกินอาหารญี่ปุ่นแถวหอเรา อิอิ อร่อย ลัลล้า แล้วก้อไปนั่งติวกันต่อที่ Mc จนโน้น 5 ทุ่ม เที่ยงคืนม่ายรู้แล้วค่อยกลับ

แค่ติวคนอื่นทำไมรู้สึกเหนื่อยมากมายไม่รู้กลับมาห้องไม่มีแรงอาบน้ำเลย รีบอาบรีบนอน พุ่งเน้ต้องมานั่งติวต่อ เลยไปนอน

ตอนเช้าก้อดันตื่นซะเร็วอีก เพราะว่า มะคืนนอนเร็ว หุหุ รอเค้ามารับที่หอ แล้วก้อไปกินข้าว กิสๆ คิดเมนูม่ายออกแล้ว 555

ที่แรกนายข้าวโพด บอกจะไปอ่านที่ ทรูคอฟฟี่ช๊อป ตงทองหล่อ แต่ไปถีงแล้วไม่มีที่จอด เลยย้ายไปอ่านที่ร้าน BUONO บรรยากาศดีนะ เงียบดีมากก อยู่ตงทองหล่อซอย 10 แต่สำหรับเรา ราคาแพงมากก แต่มะวานแทบมะได้จ่ายอาไรเลย

ตอนค่ำๆ หิวข้าว แต่ไม่อยากที่จะเสียเงิน กินข้าวแพงๆ เลยเดินมาที่ถนนใหญ่ กินบะหมี่เกี๊ยว 25 บาท แต่ม่ายต้องจ่าย หุหุ เค้าเลี้ยง อ้อ ลืมบอกไปว่า ตอนเย็นๆ กินไอติมของที่นั้น อร่อยดีอ่ะ อร่อยมากๆ แต่มารู้ตอนเก็บตังว่า ลูกละ 45 บาท อ๊ากก แพงจัง แต่ก้อไม่ต้องจ่ายอีก เพราะเค้าเลี้ยงอีกแล้ว อิอิ

กลับมาจะไปอ่านที่ห้องข้าวโพด แต่แวะ Mc ไปหาเพื่อนๆก่อน 555 ก๊วยเตี๋ยวมันน้อย เลยได้กิน แฮมเบอร์เกอร์ไปหนึ่งอัน Mc ที่นี้เป็นไรม่ายรู้ ชอบปิดไฟ ปิดแอร์ไล่ลูกค้า ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาปิดเลย ปิดเที่ยงคืน ปิดแอร์ตั้งแต่ 5 ทุ่ม แม่เจ้า ไม่มีอากาศหายใจ

ไปห้องข้าวโพดตอน 5 ทุ่มก่าๆโคดวุ่นวาย เพราะมีนายถั่วงอก และนายข้าวโพดอยู่ กว่าจะได้ติวต่อ โน้น เที่ยงคืนก่าๆ แล้วแบบว่า เป็นห้องที่อยู่แล้วโคดคันอ่ะ ฝุ่นเยอะ

ที่แรกเค้าว่าจะนอนห้องข้าวโพด แต่ทำไมม่ายรู้ จะกลับบ้านซะงั้น ทำท่าง่วงอีก เราเลยรีบติวข้าวโพด แล้วก้อรีบกลับ ชวนมานอนที่ห้องเรา ก้อม่ายมา ชิๆ ตื่นสายจะสมน้ำหน้าให้ เป็นหน้าที่เราต้องโทรไปปลุกอีก เฮ้อ

ตอนนี้กะลังฟิตอ่านภาษาญี่ปุ่นอยู่ จะไปสอบวัดระดับ จะได้เรียนต่อซะที่ อิอิ

2007/Feb/25

ถ้าเป็นคุณ เจอสถานการณ์แบบเน้ จะทำอย่างไร

วันนี้ขวันไปคุยกับเจ้านายที่เค้าบอกว่า เค้าตกลงรับเราเข้าทำงาน โดยที่วันนี้ไปคุยกันว่า จะเป็นอย่างไร จะเริ่มงานกันวันไหน เราได้บอกเค้าไปว่าเราจะเริ่มงานกับเค้าวันที่ 8 เดือนหน้า พร้อมกับทุกคน ลืมบอกว่า เป็นบริษัทเปิดใหม่ เราก้อเห็นว่า เค้าเป็นคนจิงจัง ก้อเลยช่วยเค้ามาตลอดตั้งแต่รู้จักกัน แล้วมาวันนี้ ตอนห้าทุ่ม เค้าได้แมสเสจมาบอกเราว่า เค้าไม่รับเราเข้าทำงานแล้ว เพราะว่า เราไม่พอใจที่จะทำงาน 9 ชั่วโมง (9.00-18.00) แล้วก้อบอกอีกว่า เราไม่พอใจที่จะทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ เราก้อแบบ งงไปเลย เพราะว่า วันนี้เค้าถามเราว่า เราอยากหยุดงานวันไหนกัน เราก้อบอกเค้าไปว่า บริษัทปกติ หยุดวันเสาร์อาทิดนะ เราบอกเค้าไปแค่นี้ แล้วก้อคุยกัน ว่า วันที่ 8 เราจะเริ่มงานกันยังไง ตอนกลับเค้ายังแมสเสจมาขอเมลเราเพื่อที่จะส่งงานมาให้ บอกให้เราซื้อ SIM CARD ใหม่ เพื่อเอาไว้ใช่ทำงาน แล้วนี่อาไร ตอน 5 ทุ่มมาบอกเราว่า ไม่รับเราเข้าทำงานแล้ว โคดงงเลย

แต่เพื่อนเราหนักว่า อาทิดที่แล้ววันศุกร์เข้าไปคุยกับเค้า เพื่อนเราได้งานอีกที่นึง แต่ว่าปฏิเสธอีกที่นึงไปแล้วเพราะว่า ไอ้ฝรั่งคนเน้บอกว่าจะรับเข้าทำงานแน่ๆ เพื่อนเราเพิ่งปฏิเสธอีกที่นึงไปมะวานนี้เอง แล้ววันนี้มาเจอว่าม่ายมีงานทำ มันแย่มากๆอ่ะ

ถ้าเป็นคุณคุณจะทำยังไง พี่ที่จะทำงานด้วยกัน บอกให้เราลองไปคุยกับเค้าดูใหม่ แต่ว่าเรา รู้สึกว่า เราคงไม่สามารถทำงานกับเค้าได้อย่างสนิทใจแล้ว ถ้าเราไปคุยมันเหมือนกับว่า เราจะไปบังคับให้เค้ารับเราเข้าทำงาน ตอนเน้เราเลยอยู่เฉยๆ แต่อารมณ์ตอนนี้ อยากจะเดินเข้าไป แล้วก้อบอกกับเค้าว่า ถ้าเป็นคนโลเลแบบนี้อย่าทำงานดีก่า ทำให้คนอื่นเสียหาย